เป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องผิดบาป: เข้าใจสิทธิ์และรับมือการทวงหนี้อย่างมีสติ

เป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องผิดบาป: เข้าใจสิทธิ์และรับมือการทวงหนี้อย่างมีสติ

แชร์:

การเป็นหนี้... ไม่ใช่เรื่องผิดบาป แต่ความกังวลใจเป็นเรื่องจริง

ในฐานะที่ผมคลุกคลีอยู่ในแวดวงการเงินมานานหลายสิบปี ตั้งแต่ก่อนช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ผมเห็นมาเยอะครับว่าการมีหนี้สินและการถูกทวงถามหนี้เป็นเรื่องที่สร้างความเครียดและความกังวลใจให้กับหลายคนมากแค่ไหน ไม่ใช่แค่ตัวเราเองที่แบกรับ แต่ยังอาจส่งผลกระทบไปถึงคนในครอบครัว คนใกล้ชิด หรือแม้แต่การใช้ชีวิตประจำวันได้เลยทีเดียว

ในบางครั้ง การทวงถามหนี้ก็มาพร้อมกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ก้าวร้าว หรือเกินเลยจนทำให้ลูกหนี้รู้สึกเหมือนถูกคุกคาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยครับ เพราะไม่ว่าใครจะอยู่ในสถานะลูกหนี้หรือเจ้าหนี้ เราทุกคนควรได้รับความเคารพและปฏิบัติต่อกันอย่างมีมนุษยธรรมเสมอ การรู้เท่าทันและเข้าใจสิทธิ์ของตัวเองในฐานะลูกหนี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ได้อย่างมีสติ ไม่ถูกเอาเปรียบ และไม่รู้สึกหวาดกลัวจนเกินไปครับ

พ.ร.บ. การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558: เกราะป้องกันของลูกหนี้ไทย

ในประเทศไทยของเรา มีกฎหมายที่ออกมาเพื่อคุ้มครองสิทธิของลูกหนี้โดยเฉพาะ นั่นคือ พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการทวงถามหนี้ ให้มีความเป็นธรรม ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ลูกหนี้หรือบุคคลอื่นจนเกินสมควร พูดง่ายๆ คือ กฎหมายฉบับนี้มีขึ้นเพื่อสร้างสมดุลระหว่างสิทธิ์ของเจ้าหนี้ในการติดตามหนี้ กับสิทธิ์ของลูกหนี้ที่จะไม่ถูกละเมิดนั่นเองครับ

กฎหมายนี้กำหนดข้อห้ามและข้อปฏิบัติสำหรับผู้ทวงถามหนี้ไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้คุณผู้อ่านเข้าใจง่ายขึ้น ผมขอสรุปพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่ผู้ทวงหนี้ไม่ควรทำ และเป็นสิ่งที่เราควรรู้ไว้เพื่อปกป้องตัวเองครับ:

  • ห้ามเปิดเผยข้อมูลหนี้สินต่อบุคคลที่สามโดยไม่ได้รับอนุญาต: ผู้ทวงถามหนี้ไม่สามารถเล่าเรื่องหนี้สินของเราให้คนในครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือนายจ้างฟังได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากเรา หรือเป็นการติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่หรือช่องทางการติดต่อของเราเท่านั้น และต้องไม่เปิดเผยว่าเป็นเรื่องหนี้สิน ข้อนี้สำคัญมากครับ เพราะข้อมูลหนี้สินเป็นเรื่องส่วนตัว
  • ห้ามติดต่อในเวลาที่ไม่เหมาะสม: การทวงหนี้ควรทำในเวลาที่เหมาะสม โดยทั่วไปคือระหว่าง 08.00 น. ถึง 20.00 น. ในวันจันทร์ถึงศุกร์ และ 08.00 น. ถึง 18.00 น. ในวันหยุดราชการ หากติดต่อในเวลาอื่นโดยไม่มีเหตุอันควร หรือก่อกวนในยามวิกาล ถือว่าไม่เหมาะสมและผิดกฎหมายครับ
  • ห้ามก่อกวนด้วยการติดต่อซ้ำๆ หรือไม่เปิดเผยตัวตน: ผู้ทวงหนี้ต้องเปิดเผยชื่อและนามสกุล หรือชื่อหน่วยงานที่ตนสังกัดเมื่อติดต่อเรา และไม่ควรก่อกวนด้วยการโทรศัพท์ซ้ำๆ หลายครั้งจนเกินความจำเป็น หรือส่งข้อความรบกวนตลอดเวลา
  • ห้ามติดต่อเมื่อเรามีทนายความ: หากเราได้แจ้งให้ผู้ทวงหนี้ทราบว่าเรามีทนายความดูแลเรื่องหนี้สินแล้ว ผู้ทวงหนี้ควรติดต่อผ่านทนายความของเรา ไม่ใช่ติดต่อเราโดยตรง
  • ห้ามข่มขู่ ใช้ถ้อยคำหยาบคาย หรือก้าวร้าว: พฤติกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาด ผู้ทวงหนี้ไม่มีสิทธิ์ใช้คำพูดดูหมิ่น ดูถูก ข่มขู่ คุกคาม หรือใช้ความรุนแรงกับเราไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • ห้ามกล่าวอ้างเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด: ผู้ทวงหนี้ไม่สามารถแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นทนายความ หรือใช้ข้อความที่ทำให้เราเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานะของหนี้สินได้ เช่น ข่มขู่ว่าจะฟ้องร้องทันที ทั้งที่ยังไม่มีการดำเนินการทางกฎหมายจริงๆ

การรู้ข้อห้ามเหล่านี้จะช่วยให้เรามีเกราะป้องกันทางกฎหมาย เมื่อเจอพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เราจะรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ถูกต้อง และเรามีสิทธิ์ที่จะปกป้องตัวเองครับ

เมื่อถูกทวงหนี้อย่างไม่เป็นธรรม... เราควรทำอย่างไร?

การรู้สิทธิ์ของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะละเลยหนี้สินที่เรามีนะครับ การทวงถามหนี้มีขึ้นเพื่อให้เกิดการชำระหนี้ตามที่ตกลงกันไว้ หากเรามีปัญหาในการชำระหนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม สิ่งที่ดีที่สุดคือการสื่อสารกับเจ้าหนี้อย่างตรงไปตรงมา และหาทางออกร่วมกันครับ

  • เปิดใจคุยกับเจ้าหนี้: อย่าหนีปัญหาครับ การเจรจาเป็นทางออกที่ดีที่สุด ลองขอปรับโครงสร้างหนี้ ขอผ่อนผัน หรือขอคำแนะนำจากเจ้าหนี้ บางครั้งเขาก็มีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อยู่ครับ
  • รวบรวมหลักฐาน: หากคุณผู้อ่านรู้สึกว่าถูกทวงถามหนี้อย่างไม่เป็นธรรม หรือมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เช่น มีการข่มขู่ โทรผิดเวลา หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ให้รวบรวมหลักฐานให้ได้มากที่สุด เช่น บันทึกเสียงการสนทนา ข้อความแชท หรือข้อมูลการโทรเข้าออก
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากสถานการณ์ซับซ้อน หรือรู้สึกไม่สบายใจที่จะเผชิญหน้าคนเดียว ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือการเงิน เพื่อขอคำแนะนำในการแก้ปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ
  • ร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: หากพบการทวงหนี้ที่ผิดกฎหมาย สามารถร้องเรียนได้ที่
    • สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำหรับหนี้ทั่วไป
    • ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำหรับหนี้ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน

การทำตามขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้เราจัดการกับปัญหาหนี้สินได้อย่างมีแบบแผน และลดความเครียดลงได้มากครับ

บทสรุปจากใจลุงตี่

การเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องผิดบาป และไม่ใช่ความล้มเหลวของชีวิตครับ ในบางช่วงเวลา คนเราก็อาจต้องพึ่งพาหนี้สินเพื่อสร้างโอกาส หรือประคับประคองชีวิตให้ผ่านพ้นช่วงที่ยากลำบากไปได้ สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างเข้าใจ และจัดการมันอย่างมีสติ

ขอให้ทุกท่านจำไว้ว่า ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เราทุกคนควรได้รับความเคารพและปฏิบัติต่อกันอย่างมีมนุษยธรรมเสมอ การรู้สิทธิ์และหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายจะช่วยให้การจัดการหนี้สินเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นธรรมมากขึ้นครับ ขอให้ทุกท่านเข้มแข็งและผ่านพ้นวิกฤตการณ์ทางการเงินไปได้ด้วยดีนะครับ ลุงตี่เป็นกำลังใจให้เสมอครับ

แชร์:

อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่

เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี

ไปร้านหนังสือ

รับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์

เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที

เพิ่มเพื่อนลุงตี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

รวมหนี้ไม่มีหลักประกัน: ทางออกที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
💰 การเงินส่วนตัว

รวมหนี้ไม่มีหลักประกัน: ทางออกที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

สำหรับพี่ๆ น้องๆ วัย 40+ ที่กำลังเผชิญหน้ากับภาระหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิตที่ดอกเบี้ยสูง ลุงตี่จะมาแนะนำทางเลือก 'สินเชื่อรวมหนี้แบบไม่มีหลักประกัน' พร้อมข้อควรคิดและวิธีพิจารณาให้รอบด้านครับ

บัตรเครดิตในยุคดิจิทัล: ใช้ให้เป็น ป้องกันให้ชัวร์ เพื่ออิสรภาพทางการเงิน
💰 การเงินส่วนตัว

บัตรเครดิตในยุคดิจิทัล: ใช้ให้เป็น ป้องกันให้ชัวร์ เพื่ออิสรภาพทางการเงิน

บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือทรงพลัง แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยง ลุงตี่จะมาแบ่งปันหลักคิดและเคล็ดลับจากประสบการณ์จริง เพื่อให้เราใช้บัตรเครดิตได้อย่างปลอดภัยและสบายใจในยุคที่มิจฉาชีพจ้องจะฉวยโอกาสครับ

ปราสาทการเงินที่มั่นคง: สร้างคูคลองแห่งความมั่งคั่งด้วยรายได้หลากหลาย
💰 การเงินส่วนตัว

ปราสาทการเงินที่มั่นคง: สร้างคูคลองแห่งความมั่งคั่งด้วยรายได้หลากหลาย

ในโลกที่ผันผวน การพึ่งพารายได้ทางเดียวอาจไม่พอ ลุงตี่ชวนมองหา 'คูคลองการเงิน' ที่จะปกป้องปราสาทของเรา ด้วยการสร้างรายได้แบบต่อเนื่องและกระจายความเสี่ยงอย่างชาญฉลาด