
ประชุมอย่างไรให้ 'ได้งาน' ไม่ใช่แค่ 'นั่งนาน' เคล็ดลับจากประสบการณ์จริง
ประชุมเยอะ…แต่ได้งานน้อย จริงหรือ?
ในโลกธุรกิจที่หมุนเร็ว การประชุมกลายเป็นส่วนหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะคุยกับผู้บริหาร เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า หรือคู่ค้า บางครั้งเราอาจต้องเดินทางข้ามตึก ข้ามจังหวัด หรือแม้กระทั่งข้ามประเทศเพื่อเข้าร่วมประชุมเพียงไม่กี่ชั่วโมง
ผมเองในวัย 68 ปีที่ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมาหลายครั้ง เห็นความสำคัญของการใช้ทรัพยากรทุกอย่างให้คุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะเวลาและค่าใช้จ่าย การประชุมที่ไม่จำเป็นหรือไม่มีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่ทำให้เสียเวลาอันมีค่าของพนักงานไปเปล่าๆ แต่ยังเป็นภาระค่าใช้จ่ายแฝงที่อาจมองข้ามไปได้ง่ายๆ ครับ
หลายครั้งที่ผมเห็นพนักงานต้องเข้าร่วมประชุมที่เนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกับงานของตัวเองโดยตรง เพียงเพราะถูกเรียกเข้าร่วมตามธรรมเนียม หรือเพราะเกรงใจหัวหน้า การประชุมที่ยืดเยื้อและไม่สร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนเหล่านี้ ทำให้เวลาทำงานที่ควรจะใช้ไปกับการสร้างสรรค์ผลงานต้องถูกเบียดบังไปอย่างน่าเสียดาย
ต้นทุนที่มองไม่เห็นของการประชุมที่ไร้ประสิทธิภาพ
ลองคิดดูนะครับว่า เมื่อพนักงานหลายคนต้องเข้าร่วมประชุมที่ไม่จำเป็น ชั่วโมงการทำงานของแต่ละคนก็ถูกใช้ไปกับสิ่งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัว การเดินทาง และการนั่งอยู่ในห้องประชุม ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนมีต้นทุน
- ค่าเสียเวลา: นี่คือต้นทุนที่แพงที่สุด เวลาของพนักงานแต่ละคนมีมูลค่า และเมื่อถูกใช้ไปกับการประชุมที่ไม่มีประโยชน์ นั่นคือการสูญเสียโอกาสในการสร้างสรรค์งานอื่นๆ
- ค่าเดินทาง: สำหรับการประชุมที่ต้องเดินทางข้ามสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน หรือค่าโดยสารสาธารณะ สิ่งเหล่านี้รวมกันเป็นเงินจำนวนไม่น้อย
- ค่าสถานที่และอุปกรณ์: ค่าเช่าห้องประชุม ค่าไฟ ค่าแอร์ ค่ากาแฟ หรือแม้กระทั่งค่าบำรุงรักษาระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายที่องค์กรต้องแบกรับ
- ต้นทุนทางอ้อม: ความเหนื่อยล้า ความเบื่อหน่าย หรือการที่พนักงานต้องพักงานหลักเพื่อมาประชุมที่ไม่เกี่ยวข้อง อาจส่งผลต่อขวัญกำลังใจและประสิทธิภาพโดยรวมในระยะยาว
มีงานวิจัยและกรณีศึกษาจากหลายองค์กรทั่วโลกที่ชี้ให้เห็นว่า การจัดการประชุมที่ไม่ดีอาจเป็นตัวฉุดรั้งการเติบโตทางธุรกิจอย่างไม่น่าเชื่อ การปรับปรุงกระบวนการประชุมจึงไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่คือการลงทุนที่สำคัญต่อผลประกอบการขององค์กรอย่างแท้จริงครับ
ทางออกสู่การประชุมที่คุ้มค่าและได้ผลจริง
ในยุคดิจิทัลนี้ เทคโนโลยีได้เข้ามาช่วยให้เราสามารถจัดการประชุมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องอาศัยหลักคิดและการปฏิบัติที่ถูกต้องด้วยครับ
- กำหนดวาระและเป้าหมายที่ชัดเจน: ก่อนการประชุมทุกครั้ง ควรมีวาระการประชุมที่ชัดเจน ระบุเป้าหมายที่ต้องการจากการประชุม และส่งให้ผู้เข้าร่วมประชุมล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 วัน เพื่อให้ทุกคนได้เตรียมตัวและรู้ว่าต้องร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็นใดบ้าง การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้การประชุมไม่หลงประเด็น
- เชิญเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องจริงๆ: พิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าใครบ้างที่จำเป็นต้องเข้าร่วมประชุมจริงๆ การเชิญคนที่ไม่เกี่ยวข้องอาจทำให้เสียเวลาของคนเหล่านั้น และอาจทำให้การประชุมไม่กระชับและเสียสมาธิ ลองคิดว่า 'ถ้าไม่มีคนนี้ การประชุมจะเดินหน้าได้ไหม?' ถ้าคำตอบคือ 'ได้' ก็อาจไม่จำเป็นต้องเชิญครับ
- กำหนดเวลาที่เหมาะสมและรักษาวินัย: การประชุมไม่ควรยืดเยื้อจนเกินไป ลองกำหนดเวลาที่ชัดเจน เช่น 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง และพยายามรักษากรอบเวลานั้นให้ได้ การเริ่มต้นและจบตรงเวลาแสดงถึงความเป็นมืออาชีพและเคารพเวลาของผู้อื่น
- เน้นการตัดสินใจและการปฏิบัติ: การประชุมที่ดีไม่ใช่แค่การ 'คุยกัน' แต่ต้องนำไปสู่การ 'ตัดสินใจ' และ 'การปฏิบัติ' ควรเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นอย่างกระชับ และมุ่งเน้นไปที่การหาข้อสรุปหรือทางออกที่เป็นรูปธรรม
- สรุปผลและมอบหมายงานที่ชัดเจน: ทุกครั้งหลังการประชุม ควรมีการสรุปประเด็นสำคัญ ข้อตกลง และผู้รับผิดชอบงานที่ชัดเจน พร้อมกำหนดกรอบเวลาส่งมอบ (Timeline) และส่งให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน สิ่งนี้จะช่วยให้แน่ใจว่าการประชุมนำไปสู่การปฏิบัติจริง และสามารถติดตามผลได้
- ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์: การประชุมออนไลน์ (Online Meetings) ผ่านแพลตฟอร์มวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ต่างๆ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง ที่สำคัญคือสามารถแชร์เอกสาร นำเสนอข้อมูล และโต้ตอบกันได้แบบเรียลไทม์ไม่ต่างจากการประชุมแบบเจอหน้ากันเลย
สรุป: การประชุมที่มีคุณภาพคือการลงทุน
การประชุมเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ แต่ก็เป็นดาบสองคมที่อาจสร้างภาระหากจัดการไม่ดี การปรับเปลี่ยนวิธีการประชุมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ การวางแผนที่ดี และการมีวินัยในการประชุม จะช่วยให้องค์กรประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย และที่สำคัญที่สุดคือช่วยให้พนักงานมีเวลาไปสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรได้อย่างเต็มที่ครับ
ผมหวังว่าแนวคิดเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับทุกท่านในการนำไปปรับใช้ เพื่อให้ทุกนาทีในห้องประชุมนั้นมีคุณค่าและสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ครับ
อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่
เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี
ไปร้านหนังสือรับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บทความที่เกี่ยวข้อง

เมื่อความตายกระซิบข้างหู: บทเรียนล้ำค่าสำหรับชีวิตและธุรกิจ
ลุงตี่ชวนคิดถึงความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างความตาย และวิธีที่การตระหนักถึงสิ่งนี้จะช่วยให้เราตัดสินใจเรื่องสำคัญในชีวิตและธุรกิจได้อย่างชาญฉลาด.

พลิกอีเมลสอบถาม ให้เป็น 'โอกาสทอง' ของธุรกิจ: สร้างสัมพันธ์ ก่อนสร้างยอดขาย
อีเมลสอบถามไม่ใช่แค่ข้อความ แต่คือสัญญาณทองที่บ่งบอกว่ามีคนสนใจธุรกิจคุณ ลุงตี่ขอชวนหลานๆ มาเปลี่ยนมุมมองจากการรีบขาย สู่การสร้างความเข้าใจและสัมพันธ์อันยั่งยืนกับลูกค้า.

เจาะลึกเส้นทางนักบัญชีในยุคดิจิทัล: มากกว่าแค่ตัวเลข
นักบัญชีวันนี้มีบทบาทสำคัญและหลากหลายกว่าที่คุณคิดมาก ลุงตี่จะพาไปสำรวจโอกาสและความท้าทายในสายงานที่ยังคงเป็นหัวใจของทุกธุรกิจ.