รีไฟแนนซ์บ้าน อย่าลืมคิดเรื่องภาษี: ดอกเบี้ยน้อยลงไม่ได้แปลว่าดีขึ้นเสมอไป

รีไฟแนนซ์บ้าน อย่าลืมคิดเรื่องภาษี: ดอกเบี้ยน้อยลงไม่ได้แปลว่าดีขึ้นเสมอไป

แชร์:

สวัสดีครับ ผมลุงตี่ เวลาคนคิดจะรีไฟแนนซ์บ้าน เป้าหมายส่วนใหญ่คือ จ่ายดอกเบี้ยรวมน้อยลง และ ลดค่างวดต่อเดือน ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่มีมุมหนึ่งที่คนมักลืมคิด นั่นคือเรื่อง ภาษี ครับ เพราะดอกเบี้ยที่ลดลงบางทีก็ไปกระทบการคำนวณภาษีของเราโดยไม่รู้ตัว

ดอกเบี้ยที่จ่ายน้อยลง อาจลดหย่อนได้น้อยลงด้วย

ในหลายประเทศรวมถึงไทย ผู้ที่มีสินเชื่อบ้านมักได้สิทธิ นำดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยมาลดหย่อนภาษี ได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด นั่นแปลว่าถ้าเรารีไฟแนนซ์แล้วจ่ายดอกเบี้ยน้อยลง จำนวนที่เรานำมาลดหย่อนก็อาจน้อยลงตามไปด้วย

ในภาพรวมระยะยาว การจ่ายดอกเบี้ยน้อยลงเป็นเรื่องดีแน่นอน แต่ในบางปี มันอาจทำให้ยอดที่เราเคยใช้ลดหย่อนหายไปบางส่วน ซึ่งอาจกระทบยอดภาษีที่ต้องจ่ายในปีนั้น

หมายเหตุ: เงื่อนไข เพดานลดหย่อน และสิทธิประโยชน์ทางภาษีของไทยมีการปรับเปลี่ยนได้เป็นระยะ ผมจึงไม่ขอระบุตัวเลขตายตัว ให้ตรวจกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี ณ ปีนั้นๆ ครับ

อย่าลืมชั่งกับค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์

อีกเรื่องที่ต้องคิดคือ ดอกเบี้ยที่ต่ำลงไม่ได้แปลว่าประหยัดโดยอัตโนมัติ เพราะการรีไฟแนนซ์มี ค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าธรรมเนียม ค่าจดจำนอง และอื่นๆ ถ้าค่าใช้จ่ายเหล่านี้รวมแล้วมากกว่าเงินที่ประหยัดได้จากดอกเบี้ย ก็อาจไม่คุ้มที่จะรีไฟแนนซ์

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี

การคำนวณผลกระทบทางภาษีจากการจ่ายดอกเบี้ยที่เปลี่ยนไป เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและพลาดได้ง่าย ผมแนะนำให้ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือนักบัญชี ที่เข้าใจเรื่องนี้ดี เขาจะช่วยประเมินได้ว่าเมื่อภาพรวมทั้งหมดมาบวกลบกันแล้ว การรีไฟแนนซ์ครั้งนี้คุ้มจริงหรือไม่

ถ้ายังไม่มีผู้เชี่ยวชาญประจำ ลองถามคนใกล้ตัวที่ไว้ใจได้ว่าใช้บริการใครแล้วประทับใจ คนที่ดีมักถูกบอกต่อเพราะความรู้จริงและความน่าเชื่อถือ

ตัวเลขดอกเบี้ยที่ลดลงเป็นแค่ครึ่งเดียวของเรื่อง อีกครึ่งคือภาษีและค่าใช้จ่ายที่ต้องเอามาคิดรวมกันครับ

ลองใช้เครื่องมือคำนวณช่วย

สำหรับคนที่ยังไม่พร้อมจ้างผู้เชี่ยวชาญ ปัจจุบันมี เครื่องคำนวณออนไลน์ หลายตัวที่ช่วยประเมินคร่าวๆ ได้ เราสามารถลองใส่ตัวเลขหลายๆ สถานการณ์เพื่อดูภาพรวม แต่ขอย้ำว่าเครื่องมือพวกนี้ให้ค่าประมาณเท่านั้น การตัดสินใจจริงควรยืนยันกับผู้รู้อีกครั้ง

สรุป

การรีไฟแนนซ์ต้องมองให้ครบทั้งดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ ค่าใช้จ่ายในการทำ และผลกระทบทางภาษี บางครั้งดอกเบี้ยที่ต่ำลงก็ไม่ได้แปลว่าคุ้มเมื่อคิดรวมทุกอย่าง อย่าตัดสินจากตัวเลขเดียว

ข้อคิดส่งท้าย

การตัดสินใจการเงินที่ดีคือการมองภาพรวม ไม่ใช่จับตาแค่ตัวเลขที่สวยที่สุดตัวเดียวครับ ก่อนรีไฟแนนซ์ ลองทำบัญชีบวกลบให้ครบทุกด้านก่อนเสมอ

แชร์:

อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่

เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี

ไปร้านหนังสือ

รับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์

เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที

เพิ่มเพื่อนลุงตี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

รวมหนี้ไม่มีหลักประกัน: ทางออกที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
💰 การเงินส่วนตัว

รวมหนี้ไม่มีหลักประกัน: ทางออกที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

สำหรับพี่ๆ น้องๆ วัย 40+ ที่กำลังเผชิญหน้ากับภาระหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิตที่ดอกเบี้ยสูง ลุงตี่จะมาแนะนำทางเลือก 'สินเชื่อรวมหนี้แบบไม่มีหลักประกัน' พร้อมข้อควรคิดและวิธีพิจารณาให้รอบด้านครับ

บัตรเครดิตในยุคดิจิทัล: ใช้ให้เป็น ป้องกันให้ชัวร์ เพื่ออิสรภาพทางการเงิน
💰 การเงินส่วนตัว

บัตรเครดิตในยุคดิจิทัล: ใช้ให้เป็น ป้องกันให้ชัวร์ เพื่ออิสรภาพทางการเงิน

บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือทรงพลัง แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยง ลุงตี่จะมาแบ่งปันหลักคิดและเคล็ดลับจากประสบการณ์จริง เพื่อให้เราใช้บัตรเครดิตได้อย่างปลอดภัยและสบายใจในยุคที่มิจฉาชีพจ้องจะฉวยโอกาสครับ

ปราสาทการเงินที่มั่นคง: สร้างคูคลองแห่งความมั่งคั่งด้วยรายได้หลากหลาย
💰 การเงินส่วนตัว

ปราสาทการเงินที่มั่นคง: สร้างคูคลองแห่งความมั่งคั่งด้วยรายได้หลากหลาย

ในโลกที่ผันผวน การพึ่งพารายได้ทางเดียวอาจไม่พอ ลุงตี่ชวนมองหา 'คูคลองการเงิน' ที่จะปกป้องปราสาทของเรา ด้วยการสร้างรายได้แบบต่อเนื่องและกระจายความเสี่ยงอย่างชาญฉลาด