ทำไมเราถึงทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ? ถอดรหัสพฤติกรรมที่บั่นทอนใจ
🧠 จิตวิทยา

ทำไมเราถึงทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ? ถอดรหัสพฤติกรรมที่บั่นทอนใจ

แชร์:

ทำไมเราถึงทำในสิ่งที่รู้ว่าไม่ดี?

วันนี้ผมอยากชวนคุยเรื่องที่หลายคนน่าจะเคยเจอ คือการที่เราทำในสิ่งที่รู้ว่าไม่ดีต่อตัวเอง ทั้งที่ในใจก็ไม่อยากทำเลยสักนิด

ลองนึกภาพดูนะครับ เราวางแผนจะเริ่มออกกำลังกายพรุ่งนี้เช้า แต่พอถึงเวลาจริงกลับกดเลื่อนนาฬิกาปลุก แล้วบอกตัวเองว่า “เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยเริ่มจริง ๆ จัง ๆ ก็แล้วกัน” หรือบางทีเราก็เผลอหยิบขนมหวานชิ้นโปรดเข้าปาก ทั้งที่เพิ่งตั้งใจจะควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด พอทำไปแล้วตอนนั้นอาจจะรู้สึกดีอยู่พักหนึ่ง แต่หลังจากนั้นไม่นาน ความรู้สึกผิดหวังในตัวเอง ความเสียใจ ก็ถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นซัดเข้าฝั่ง

นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรเลยครับ เพราะมนุษย์เรามีกลไกทางจิตวิทยาที่ซับซ้อนอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมเหล่านี้ นักจิตวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ช่องว่างระหว่างเจตนาและการกระทำ (Intention-Action Gap)” ซึ่งหมายถึงความแตกต่างระหว่างสิ่งที่เราตั้งใจจะทำ กับสิ่งที่เราลงมือทำจริง ๆ ครับ

บ่อยครั้งเราเลือกที่จะทำสิ่งที่ให้ความสุขหรือความสบายใจในระยะสั้น (เช่น การผ่อนคลาย, การได้กินของอร่อย) มากกว่าการทำสิ่งที่ให้ผลดีในระยะยาว (เช่น สุขภาพที่ดี, ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน) เพราะสมองของเราถูกออกแบบมาให้ตอบสนองต่อรางวัลที่ได้ทันทีมากกว่ารางวัลที่ต้องรอคอยครับ

ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ หรือเป้าหมายที่เป็นจริง?

เราทุกคนมีความฝันครับ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างในอุดมคติ ความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบ อิสรภาพทางการเงิน หรือการเป็นพ่อแม่ที่ยอดเยี่ยม ความฝันเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ที่น่าคิดคือ ทำไมความฝันเหล่านั้นถึงยังคงห่างไกลจากความจริง ทั้งที่เราก็ปรารถนาอย่างแรงกล้า

บางครั้งเราก็ติดอยู่ในกับดักของ “การคิดเชิงปรารถนา (Wishful Thinking)” หรือ “ความลำเอียงในการมองโลกในแง่ดี (Optimism Bias)” เราเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเอง หรือเราจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้โดยไม่ต้องลงมือทำอะไรมากนัก เพราะเรามองข้ามอุปสรรคและความท้าทายไป

การจะเปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริงได้ เราต้องเริ่มจากการทำให้ความฝันนั้นเป็น “เป้าหมายที่จับต้องได้” และ “มีแผนการลงมือทำที่ชัดเจน” ครับ

  • กำหนดเป้าหมายให้ SMART: Specific (เจาะจง), Measurable (วัดผลได้), Achievable (ทำได้จริง), Relevant (เกี่ยวข้อง), Time-bound (มีกรอบเวลา).
  • ซอยย่อยเป้าหมายใหญ่: แบ่งเป้าหมายใหญ่ให้เป็นก้าวเล็ก ๆ ที่ทำได้ง่ายในแต่ละวัน หรือแต่ละสัปดาห์ เพื่อสร้างโมเมนตัมและความรู้สึกสำเร็จ
  • เตรียมรับมือกับอุปสรรค: คิดล่วงหน้าว่าอะไรคือสิ่งที่จะทำให้เราไขว้เขว แล้ววางแผนรับมือ เช่น ถ้ากลัวจะผัดวันประกันพรุ่งเรื่องงานสำคัญ ลองตั้งเวลาทำงานและปิดการแจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดียดูครับ

วงจรของความสัมพันธ์ที่ไม่ส่งเสริมกัน

นอกจากพฤติกรรมส่วนตัวแล้ว พฤติกรรมในความสัมพันธ์ก็เป็นอีกเรื่องที่เรามักจะพบว่าตัวเองติดอยู่ในวงจรที่ไม่ส่งเสริมกัน บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเราถึงเลือกคู่ครองที่มีคุณสมบัติไม่ตรงกับที่เราต้องการ หรือทำไมบางคนถึงทนอยู่ในความสัมพันธ์ที่ถูกปฏิบัติไม่ดี

ปรากฏการณ์นี้อาจอธิบายได้ด้วยแนวคิดเรื่อง “รูปแบบความผูกพัน (Attachment Styles)” ที่ก่อร่างสร้างตัวมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งส่งผลต่อวิธีที่เรามองตัวเองและผู้อื่นในความสัมพันธ์ รวมถึงความคาดหวังที่เรามีต่อความสัมพันธ์นั้น ๆ ครับ บางคนอาจจะคุ้นชินกับรูปแบบความสัมพันธ์บางอย่าง แม้จะไม่ดีนัก แต่ก็รู้สึกคุ้นเคยและปลอดภัยในความไม่แน่นอนนั้น

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ “อคติในการยืนยัน (Confirmation Bias)” ที่ทำให้เรามักจะมองหาและตีความข้อมูลที่ยืนยันสิ่งที่เราเชื่ออยู่แล้วเกี่ยวกับตัวเองและคู่ของเรา ซึ่งอาจทำให้เรามองข้ามข้อเสีย หรือมองข้ามสัญญาณเตือนที่ชัดเจนไป

การทำความเข้าใจรูปแบบความผูกพันของตัวเองและคู่ของเรา รวมถึงการเปิดใจรับฟังความคิดเห็นจากคนรอบข้าง จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของความสัมพันธ์ได้ชัดเจนขึ้น และตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าควรจะพัฒนาหรือปรับปรุงความสัมพันธ์นั้นอย่างไร หากรู้สึกว่าความสัมพันธ์เป็นพิษ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาความสัมพันธ์ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยได้มากครับ

ก้าวข้ามความท้าทาย สู่ความสำเร็จที่จับต้องได้

ความล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายในอาชีพการงาน การเรียน หรือการเงิน ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายใจ

พฤติกรรมที่ทำให้ความสำเร็จและการเงินยังคงห่างไกล อาจมาจากหลายสาเหตุ ทั้งการผัดวันประกันพรุ่งอย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว การไม่กล้าตัดสินใจ หรือแม้แต่ “ความกลัวความสำเร็จ (Fear of Success)” ที่อาจซ่อนอยู่ลึก ๆ ในใจ ซึ่งทำให้เราหลีกเลี่ยงการก้าวไปข้างหน้า เพราะกลัวภาระความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น หรือกลัวการเปลี่ยนแปลง

ในด้านการเงินเอง ก็มีพฤติกรรมที่เรียกว่า “อคติสถานะที่เป็นอยู่ (Status Quo Bias)” ที่ทำให้เรามักจะเลือกที่จะคงไว้ซึ่งสภาพปัจจุบัน แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงจะให้ผลดีกว่า เช่น การไม่ยอมเริ่มต้นวางแผนการเงินระยะยาวอย่าง RMF/SSF หรือการไม่กล้าลงทุนในสิ่งที่แม้จะศึกษามาดีแล้ว

การจะก้าวผ่านพฤติกรรมเหล่านี้ เราต้องเริ่มจากการ “ตระหนักรู้” ครับ

  • ตั้งคำถามกับตัวเอง: “ทำไมฉันถึงทำแบบนี้?” “อะไรคือความต้องการที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมนี้?”
  • ฝึกสติและอยู่กับปัจจุบัน: การมีสติจะช่วยให้เราหยุดคิดก่อนที่จะตอบสนองต่อแรงกระตุ้นที่ไม่ดีต่อตัวเอง
  • สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลง: เช่น ถ้าอยากลดน้ำหนัก ก็งดซื้อขนมหวานเข้าบ้าน หรือถ้าอยากประหยัดเงิน ก็ตั้งโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์อัตโนมัติทันทีที่เงินเดือนเข้า

บทสรุปจากลุงตี่

ลูกหลานที่รักครับ พฤติกรรมที่เราไม่ชอบ หรือพฤติกรรมที่บั่นทอนตัวเราเองเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนไม่ดี แต่บ่อยครั้งมันเป็นสัญญาณที่บอกว่ามีบางอย่างที่เราต้องทำความเข้าใจและจัดการกับมัน

การที่เราได้ตระหนักรู้ถึงพฤติกรรมเหล่านี้เป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดครับ ผมเชื่อว่าการทำความเข้าใจจิตใจของเราเอง จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราก้าวข้ามข้อจำกัดต่าง ๆ และไปสู่ชีวิตที่เราต้องการได้อย่างแท้จริง

ถ้าหากลูกหลานคนไหนรู้สึกว่าพฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือจิตใจอย่างรุนแรง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เช่น นักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ ก็เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมครับ เพื่อให้คุณได้รับคำแนะนำและการสนับสนุนที่เหมาะสม

การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็เป็นไปได้เสมอครับ หากเรามีความตั้งใจและพร้อมที่จะเรียนรู้ที่จะก้าวผ่านมันไป ลุงตี่ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ.

แชร์:

อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่

เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี

ไปร้านหนังสือ

รับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์

เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที

เพิ่มเพื่อนลุงตี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

จัดการความกังวล: เมื่อไหร่ที่ต้องเริ่มมองตัวเองใหม่?
🧠 จิตวิทยา

จัดการความกังวล: เมื่อไหร่ที่ต้องเริ่มมองตัวเองใหม่?

ความกังวลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่การตอบสนองต่อมันคือสิ่งที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน ลุงตี่ชวนมองตัวเองว่าเราจัดการกับความกังวลได้ดีแค่ไหน และเมื่อไหร่ที่เราควรเริ่มปรับเปลี่ยนมุมมอง.

ก้าวข้ามความกลัว 'การเปลี่ยนแปลง' ในวัยหลังเกษียณ: บทเรียนจากชีวิตจริง
🧠 จิตวิทยา

ก้าวข้ามความกลัว 'การเปลี่ยนแปลง' ในวัยหลังเกษียณ: บทเรียนจากชีวิตจริง

การเปลี่ยนแปลงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยเฉพาะเมื่อเราก้าวเข้าสู่วัยหลังเกษียณ บทความนี้จะชวนคุณมาทำความเข้าใจความกลัวนั้น และเรียนรู้ที่จะโอบรับมันเพื่อชีวิตที่มีความสุขและมีคุณค่า.

เงาในโลกออนไลน์: สิ่งที่คุณโพสต์วันนี้ อาจส่งผลถึงวันหน้า
🧠 จิตวิทยา

เงาในโลกออนไลน์: สิ่งที่คุณโพสต์วันนี้ อาจส่งผลถึงวันหน้า

โลกออนไลน์เป็นพื้นที่สนุกสนาน แต่ทุกการกระทำของเราทิ้งร่องรอยไว้เสมอ ลุงตี่ชวนคิดถึงผลกระทบระยะยาวของการโพสต์วิดีโอส่วนตัว ที่อาจส่งผลต่อชีวิตในอนาคตมากกว่าที่คิด