วนเวียนกับพฤติกรรมเดิม ๆ ที่ไม่ชอบ: ก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงคือความเข้าใจ
🧠 จิตวิทยา

วนเวียนกับพฤติกรรมเดิม ๆ ที่ไม่ชอบ: ก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงคือความเข้าใจ

แชร์:

ในวัย 68 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร ก็ยังเห็นและสัมผัสได้ถึงพฤติกรรมบางอย่างที่เราไม่ชอบในตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะวัยไหน พฤติกรรมเหล่านี้ก็มักจะตามหลอกหลอนเราอยู่เงียบ ๆ เคยไหมครับที่ในตอนนั้นรู้สึกดีกับการทำบางสิ่ง แต่พอเวลาผ่านไปกลับมานั่งเสียใจภายหลัง? เช่น การตามใจปากกับของหวานทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่ดีต่อสุขภาพ หรือการผัดผ่อนงานสำคัญไปกับการดูทีวี หรือเล่นโซเชียลมีเดีย แล้วมานั่งเสียดายทีหลังว่าทำไมเราไม่เลือกทำในสิ่งที่ควรทำ?

ความรู้สึกผิดหรือเสียใจที่ตามมานั้นคล้ายกับอาการแฮงค์โอเวอร์หนัก ๆ ที่ไม่ได้ช่วยให้เราเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้นเลยสักนิด เรามักจะให้คำมั่นสัญญากับตัวเองว่า “เดี๋ยวสัปดาห์หน้าจะเริ่มลดน้ำหนัก” หรือ “พรุ่งนี้จะตั้งใจทำงาน” แต่สุดท้ายก็วนกลับมาทำแบบเดิมซ้ำ ๆ ทำให้เกิดความรู้สึกผิดหวังในตัวเอง และความรู้สึกผิดที่ล้มเหลว…อีกครั้ง

ทำไมเราถึงติดอยู่ในวงจรนี้? นักจิตวิทยาได้ศึกษาเรื่องนี้มานาน และพบว่ามีกลไกซับซ้อนหลายอย่างที่ทำให้เราทำในสิ่งที่เราไม่ชอบซ้ำ ๆ

วงจรแห่งความสุขชั่วคราวและผลลัพธ์ระยะยาว

พฤติกรรมที่เราเสียใจภายหลัง มักจะให้ความสุขหรือความพึงพอใจในระยะสั้น ตัวอย่างเช่น การกินของอร่อย การดูซีรีส์เพลิน ๆ หรือการเลื่อนดูโซเชียลมีเดีย เหล่านี้กระตุ้นให้สมองหลั่งสารแห่งความสุขออกมาทันที ทำให้เรารู้สึกดีในวินาทีนั้น

  • ความสุขทันที vs. ความสุขที่ต้องรอ: สมองของเราถูกออกแบบมาให้เลือกสิ่งที่ให้รางวัลทันที มากกว่าสิ่งที่ต้องใช้ความพยายามและให้รางวัลในอนาคต เช่น การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว มักจะสู้แรงดึงดูดของความสบายในการนอนดูทีวีไม่ได้
  • การหลีกเลี่ยงความไม่สบายใจ: บางครั้งเราทำพฤติกรรมที่ไม่ชอบเพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกไม่สบายใจอื่น ๆ เช่น ความเครียด ความเบื่อหน่าย หรือความวิตกกังวล การผัดวันประกันพรุ่งอาจเป็นการหนีจากความกดดันของงานที่ต้องทำ
  • ความเคยชินและรูปแบบพฤติกรรม: เมื่อเราทำสิ่งใดซ้ำ ๆ สมองจะสร้างเส้นทางประสาทที่แข็งแกร่ง ทำให้พฤติกรรมนั้นกลายเป็นความเคยชินที่ทำไปโดยไม่รู้ตัว ยากที่จะหักห้ามใจ

ความเข้าใจในกลไกเหล่านี้ไม่ใช่ข้ออ้างให้เรายอมจำนนต่อพฤติกรรมเดิม ๆ ครับ แต่เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการที่เราจะเริ่มปรับเปลี่ยนมันได้

เมื่อความฝันยังคงเป็นแค่จินตนาการ

เคยสังเกตไหมครับว่าความสุขส่วนใหญ่ของเรามาจากความฝันหรือจินตนาการ? ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปร่าง หน้าตา ความสัมพันธ์ การงาน หรือเงินทอง เราทุกคนล้วนมีความฝัน และนั่นไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเลยครับ สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ ทำไมความฝันเหล่านั้นถึงยังคงเป็นเพียงความฝัน ทั้งที่เราปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำให้มันเป็นจริง และรู้ดีว่าความสุขของเราขึ้นอยู่กับการทำความฝันเหล่านั้นให้สำเร็จ

ในทางจิตวิทยา มีแนวคิดที่เรียกว่า “ช่องว่างระหว่างตัวตนในอุดมคติกับตัวตนที่เป็นจริง” (Ideal Self vs. Real Self) เมื่อเราเห็นช่องว่างนี้ใหญ่มาก เราอาจรู้สึกท้อแท้และคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ สุดท้ายก็เลือกที่จะอยู่ในโลกของจินตนาการต่อไป เพราะมันปลอดภัยและไม่ต้องเผชิญกับความผิดหวัง

  • ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นไปได้: แทนที่จะฝันลม ๆ แล้ง ๆ ลองเปลี่ยนความฝันให้เป็นเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง วัดผลได้ ทำได้จริง เกี่ยวข้องกับเรา และมีกรอบเวลา (SMART Goals)
  • ก้าวเล็ก ๆ ที่สร้างความต่อเนื่อง: เริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำได้จริงในแต่ละวัน เช่น หากฝันอยากมีสุขภาพดี ลองเดิน 15 นาทีต่อวัน แทนที่จะตั้งเป้าวิ่งมาราธอนทันที ความสำเร็จเล็ก ๆ จะสร้างกำลังใจให้ก้าวต่อไป
  • ให้รางวัลตัวเองอย่างสมเหตุสมผล: เมื่อทำตามเป้าหมายเล็ก ๆ ได้ ลองให้รางวัลตัวเองบ้าง เพื่อเสริมแรงให้สมองเรียนรู้ว่าพฤติกรรมที่ดีก็มีรางวัลเช่นกัน

ทำความเข้าใจและก้าวข้ามพฤติกรรมเดิม ๆ

พฤติกรรมที่เราไม่ชอบในตัวเองเหล่านี้ หลายครั้งเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีรากฐานมาจากความรู้สึกหรือความต้องการบางอย่างที่ซ่อนอยู่ การตระหนักรู้และยอมรับว่าเรามีพฤติกรรมเหล่านี้คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดครับ

ลุงตี่เชื่อว่า เมื่อเราเริ่มทำความเข้าใจหลักการง่าย ๆ ที่อยู่เบื้องหลังการเลือกและการกระทำของเรา เราจะสามารถมองเห็นรูปแบบและแรงจูงใจที่ซ่อนอยู่ได้ชัดขึ้น ลองใช้เวลาทบทวนตัวเองดูนะครับว่า อะไรคือสิ่งที่เราได้จากพฤติกรรมเหล่านั้นในระยะสั้น และอะไรคือสิ่งที่เราต้องแลกไปในระยะยาว

หากรู้สึกว่าเรื่องเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและจิตใจอย่างรุนแรง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตก็เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมและไม่ควรมองข้ามเลยนะครับ การขอความช่วยเหลือไม่ได้หมายถึงความอ่อนแอ แต่เป็นการแสดงออกถึงความเข้มแข็งและกล้าหาญที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองครับ

จำไว้นะครับว่า การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่เกินความสามารถของเราทุกคน ขอเพียงแค่เรามีความตั้งใจและเริ่มลงมือทำอย่างเข้าใจ ค่อย ๆ ก้าวไปทีละนิด แล้วเราจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในชีวิตของเราได้อย่างแน่นอนครับ

แชร์:

อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่

เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี

ไปร้านหนังสือ

รับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์

เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที

เพิ่มเพื่อนลุงตี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

จัดการความกังวล: เมื่อไหร่ที่ต้องเริ่มมองตัวเองใหม่?
🧠 จิตวิทยา

จัดการความกังวล: เมื่อไหร่ที่ต้องเริ่มมองตัวเองใหม่?

ความกังวลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่การตอบสนองต่อมันคือสิ่งที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน ลุงตี่ชวนมองตัวเองว่าเราจัดการกับความกังวลได้ดีแค่ไหน และเมื่อไหร่ที่เราควรเริ่มปรับเปลี่ยนมุมมอง.

ก้าวข้ามความกลัว 'การเปลี่ยนแปลง' ในวัยหลังเกษียณ: บทเรียนจากชีวิตจริง
🧠 จิตวิทยา

ก้าวข้ามความกลัว 'การเปลี่ยนแปลง' ในวัยหลังเกษียณ: บทเรียนจากชีวิตจริง

การเปลี่ยนแปลงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยเฉพาะเมื่อเราก้าวเข้าสู่วัยหลังเกษียณ บทความนี้จะชวนคุณมาทำความเข้าใจความกลัวนั้น และเรียนรู้ที่จะโอบรับมันเพื่อชีวิตที่มีความสุขและมีคุณค่า.

เงาในโลกออนไลน์: สิ่งที่คุณโพสต์วันนี้ อาจส่งผลถึงวันหน้า
🧠 จิตวิทยา

เงาในโลกออนไลน์: สิ่งที่คุณโพสต์วันนี้ อาจส่งผลถึงวันหน้า

โลกออนไลน์เป็นพื้นที่สนุกสนาน แต่ทุกการกระทำของเราทิ้งร่องรอยไว้เสมอ ลุงตี่ชวนคิดถึงผลกระทบระยะยาวของการโพสต์วิดีโอส่วนตัว ที่อาจส่งผลต่อชีวิตในอนาคตมากกว่าที่คิด